Ereshkigal and Ishtar. Two goddesses of equivalent existence, or perhaps a divinity divided from what was once a single entity.✨My adorable Ishtar @michi_kyunn 📸Photo & Retouch @Andreyrennell #FGO# #fatecosplay# #Ereshkigal# #Ishtar# Check comments ⏬
แด่นักลงทุน... ผู้ไม่กลัวความสูง รวมมาให้กองทุนสาย Bitcoin 🚀 ในจังหวะที่ราคา To the Moon ลุ้น ✨ 100,000 เหรียญปัจจุบันเราสามารถลงทุน Bitcoin ผ่านกองทุนรวมของไทยได้แล้ว ทั้งการลงทุนโดยตรงผ่าน Bitcoin ETF รวมถึงการลงทุนทางอ้อมผ่านธุรกิจที่เกี่ยวข้องและมีรายได้จาก Bitcoin, Digital Assets อื่น ๆ และ Blockchain จึงสรุปมาให้ดังนี้กลุ่มแรก 🔥 กองทุนไทยที่ลงทุนตรงใน Bitcoin ETF1️⃣ MBTCETF-UIกองทุนที่ลงทุนในหน่วยลงทุนของ iShares Bitcoin Trust (กองทุนหลัก) ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ซึ่งเน้นลงทุนโดยตรงใน Bitcoin2️⃣ ONE-BTCETFOF-UIกองทุนที่ลงทุนใน Bitcoin ETF ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ได้แก่ iShares Bitcoin Trust และ Fidelity Wise Origin Bitcoin Fund(หมายเหตุ: MBTCETF-U และ ONE-BTCETFOF-UI เป็นกองทุนที่ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย | กองทุนรวมที่เสนอขายผู้ลงทุนสถานบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ | กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน)...กลุ่มที่ 2 ✨ กองทุนที่ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลและบล็อกเชน1️⃣ ASP-DIGIBLOCลงทุนผ่านกองทุนหลัก VanEck Digital Transformation ETF ที่สัดส่วนประมาณ 47% ซึ่งเน้นลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับบล็อกเชน และได้รับประโยชน์จากการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัล ส่วนที่เหลือจะเลือกลงทุนหุ้นรายตัวเข้ามาเสริมในพอร์ต เช่น Nvidia, MicroStrategy, MARA Marathon Digital2️⃣ SCBBLOC(A)เป็นกองทุนที่มีนโยบายบริหารแบบ Passive ผ่านกองทุนหลัก Invesco CoinShares Global Blockchain UCITS ETF ซึ่งจะกระจายการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับบล็อกเชน และอุตสาหกรรมคริปโตฯ3️⃣ KT-BLOCKCHAIN-Aลงทุนใน ETF ที่เกี่ยวข้องกับบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล ได้แก่ Amplify Transformational Data Sharing ETF และ The Siren Nasdaq NexGen Economy ETF
อยากเล่าให้ฟัง... ✨ กลยุทธ์ใหม่ของ Finnomena ซึ่งเป็น Private Call ลับเฉพาะนักลงทุนของเราเท่านั้น!🎯 ด้วยโมเดล Robotic Investment (ROBIN) กำหนดจุดซื้อ-จุดขายเป็นระบบ ✅ ผ่านการทำ Live Test ที่ Win Rate สูงถึง 88%จะว่าเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่นักลงทุนก็ได้ กับการเปิดตัว Private Call กลยุทธ์การลงทุนใหม่ด้วยระบ Robotic Investment (ROBIN) สำหรับผู้ลงทุน Private Wealth & Ultra ของ Finnomena✨ ความน่าสนใจของระบบ ROBIN คือ เป็นระบบแจ้งสัญญาณการลงทุนโดยใช้การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิคกำหนดจุดซื้อและจุดขาย เพื่อสร้างกลยุทธ์การลงทุนอย่างเป็นระบบ (Systematic) ช่วยลดอคติที่เกิดจากการตัดสินใจของมนุษย์🔥 สินทรัพย์เป้าหมายของการทำระบบแจ้งเตือนสัญญาณ จะอยู่ในรูปแบบของดัชนีหรือกองทุน ETF ที่มีกองทุนรวมในไทยนำเงินไปลงทุนหรือมีความเคลื่อนไหว (Correlation) ใกล้เคียงกัน เช่น ดัชนี S&P 500, NASDAQ 100, Russell 2000, และ SPDR Select Sector Fund – Financial (XLF) เป็นต้นทุกกลยุทธ์ได้ผ่านการทดสอบย้อนหลัง (Backtesting) 10 ปี และมีการทำ Forward Test (Live) ผ่านการทดสอบนัยสำคัญทางสถิติผลตอบแทนคิดแบบหลักหักค่าธรรมเนียมในการซื้อขาย (net of fee) ในการทำ Backtesting✅ เหมาะกับนักลงทุนที่มุ่งหวังผลตอบแทนระยะสั้นถึงกลาง (1-3 เดือน)ROBIN ใช้ตัวชี้วัดหลัก 2 ตัว1️⃣ Win Rate ยิ่งสูงเท่าไหร่ หมายความว่ายิ่งมีโอกาสได้กำไรมากขึ้น2️⃣ Profit Factor หากมากกว่า 1 แสดงว่าได้กำไรมากกว่าขาดทุน ยิ่งค่านี้สูงก็ยิ่งดีตัวอย่างกลยุทธ์ของ ROBIN และสถิติ Win Rate - Profit Factor จากการทำ Backtest 10 ปี✨ กลยุทธ์ Market Breadth กับดัชนี S&P 500ใช้หลักการจับจังหวะเข้าซื้อในตลาดที่มีแนวโน้มขาขึ้นระยะยาว ถึงแม้ว่าในระยะสั้นภาพรวมหุ้นในตะกร้าดัชนีแสดงแนวโน้มขาลง- Win Rate 76%- Profit Factor 2.6✨ กลยุทธ์ CABB กับ iShares Global Clean Energy UCITS ETF (INRG)การเข้าซื้อ/ขายออกด้วย Bollinger Band สามารถทำได้ทั้งในลักษณะ Contrarian (ซื้อเมื่อราคาแตะขอบล่าง ขายเมื่อราคาแตะขอบบน) หรือ Trend Following (ซื้อเมื่อราคาแตะขอบบน ขายเมื่อราคาแตะขอบล่าง)- Win Rate 65%- Profit Factor 3.2✨ กลยุทธ์ WVF Reversion กับ Invesco Leisure and Entertainment ETF (PEJ)มองหาจุดกลับตัวของราคา โดยสังเกตเมื่อ WVF มีค่าเพิ่มสูงขึ้น เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าราคาสินทรัพย์นั้น ๆ ลดลงจนถึงระดับต่ำและอาจจะกลับขึ้นไปอีกครั้ง ซึ่งเป็นโอกาสในการซื้อในราคาต่ำ- Win Rate 77%- Profit Factor 3.5🔥 สถิติจากการ Forward Testโดยเริ่มตั้งแต่ปี 2024 เกิดสัญญาณซื้่อทั้งหมด 9 ครั้ง สามารถสร้างผลกำไรได้ 8 ครั้ง คิดเป็นอัตรา Win Rate ที่ 88.89% Profit Factor 17.53*กำไรสุทธิจาก Forward Test คำนวณโดยใช้สมมติฐานค่าธรรมเนียมขาเข้าที่ 1.5% โดยบวกรวมเข้าไปในราคาซื้อ (Price In) ของดัชนีหรือกองทุนนั้น ๆ*ตารางผล Forward Test แสดงเฉพาะเทรดที่ขายออกและรับรู้ผลกำไร/ขาดทุนแล้วเท่านั้น✅ ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2024 ได้เกิดสัญญาณแรกแล้ว เป็น “จังหวะเข้าซื้อ” SPDR Financeสามารถติดตามคำแนะนำแบบเต็ม ๆ ได้ที่ Opportunity Hub ของ Finnomena👉
廣告合作https://t.me/banfenzui